Sport Shoe stores

Fashion Shoe & Sandal stores

พอเพียงดอทคอม : บันทึกการลงพื้นที่ “อยู่แบบ “พอเพียง” ที่อ.สตึก จังหวัด บุรีรัมย์”

25/10/2006 16:27

อยู่แบบ “พอเพียง” ที่อ.สตึก จังหวัด บุรีรัมย์
 21-23 ตุลาคม 2549
 

 ออกเดินทางกันแต่มืด
หลังจากที่กลุ่มอื่นได้ลงพื้นที่กันเกือบหมดแล้ว ในท้ายที่สุดหลังจากสอบเสร็จ ปองๆ ต้น และ บอย ก็ได้ฤกษ์ลงพื้นที่เสียที โดยเราได้รับความไว้วางใจให้ไปลงพื้นที่ไกลถึง จังหวัดบุรีรัมย์

     การเดินทางเริ่มต้นเมื่อเย็นวันศุกร์ที่20ตุลาคม ปองๆ และต้น ออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต เพื่อไปขึ้นรถบขส.ที่หมอชิต การเดินทางก็ลำบากเล็กน้อยคือฝนตก แต่สิ่งที่ต้องทำให้เราเวียนหัวมากไปอีกคือ จำนวนคน”มหาศาล” ที่แออัดยัดเยียดกันโดยลืมไปเลยว่าเวลาหยุดยาวสามวันแบบนี้เหมาะยิ่งนักกับการไปเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัด

    พวกเราสองคนก็ตั้งสติ นึกคำที่พี่แจ๊คพูดไว้ว่า “บขส.สายอีสาน ชั้น3 ช่อง 100 ใครชวนไปไหนอย่าไปนะ” เรามุ่งหน้าไปยังชั้น 3 โดยไม่ลืมระมัดระวังของมีค่าในกระเป๋า ทั้งยังเป็นถิ่นแปลกที่ ไม่เคยไปมาก่อน แต่ก็พยายามไม่แสดงออกว่าเรา “เอ๋อ….มาก” เพราะรอบข้างเราจะมีชายหญิงหน้าแปลก ชักชวนเราให้ไปซื้อตั๋วของบริษัทเขา แต่เราก็ไม่หลงกลใครง่ายๆ  พอถึงช่อง100แล้วก็ไปต่อคิวซื้อ “ไปอำเภอสตึกค่ะ” “อำเภอสตึก….ตั๋วหมดแล้วจ่ะ” เรากับต้นก็มองหน้ากันแบบงงๆ ก็เลยไปซื้อตั๋วที่ช่อง 93 แทน หลังจากมีเจ้าหน้าที่แนะนำมา

    ได้ตั๋วในมือแล้ว เป็นตั๋วรถปรับอากาศชั้น 2 รถออกเวลา 3 ทุ่มครึ่ง เรายืนรอกันสักพัก ก็เบียดกับฝูงชนขึ้นไปได้นั่งด้วยกัน แล้วก็หลับตลอดทางถึง ตี 5 รถก็จอดยังที่หมายของเรา

ถึงแล้ว บุรีรัมย์


burerum.jpg

         หลังจากที่นั่งหลับๆตื่นๆกันมากว่า 7 ชั่วโมงก็มาถึงอ.สตึก จังหวัด บุรีรัมย์เสียที เราทั้งสองก็โทรศัพท์ให้พี่แจ๊ค (ตัวแทนเครือข่าย) มารับ พี่แจ๊คมาพร้อมกับอ.ไพรัตน์ ชื่นศรี ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านแสงจันทร์  เดินทางไปพักกันที่บ้านอาจารย์ใน”หมู่บ้านหนองปลาแดก” ซึ่งห่างจากตัวอำเภอเมืองเพียง 15 นาที เป็นบ้านที่เรียกว่า “บ้านน้อยในป่าใหญ่” แวดล้อมไปด้วยท้องนา ฝูงวัวควาย ถนนโล่งกว้าง และผู้คนที่เป็นมิตร

   หลังจากที่นั่งหลับๆตื่นๆกันมากว่า 7 ชั่วโมงก็มาถึงอ.สตึก จังหวัด บุรีรัมย์เสียที เราทั้งสองก็โทรศัพท์ให้พี่แจ๊ค (ตัวแทนเครือข่าย) มารับ พี่แจ๊คมาพร้อมกับอ.ไพรัตน์ ชื่นศรี ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านแสงจันทร์  เดินทางไปพักกันที่บ้านอาจารย์ใน”” ซึ่งห่างจากตัวอำเภอเมืองเพียง 15 นาที เป็นบ้านที่เรียกว่า “” แวดล้อมไปด้วยท้องนา ฝูงวัวควาย ถนนโล่งกว้าง และผู้คนที่เป็นมิตร        

eat.jpg

 

 

          เราได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากครอบครัวอาจารย์ ลูกสาวอาจารย์ชื่อน้อง”ต่าย”เสียสละที่ห้องเป็นที่นอนให้เราตลอดเวลาสองคืน(ส่วนผู้ชายนอนข้างนอกนะจ๊ะ) และทั้งสองคนก็ขอตัวพักผ่อนจนถึงเวลา เที่ยง ๆ จึงตื่นขึ้นมาเพื่อทำงานเวบของเราพร้อมกับทานอาหารกลางวันมื้อแรกที่นั่น

taktan.jpg

สำรวจศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านแสงจันทร์


        ตกบ่าย สมาชิกอีกคนของเราคือ “บอย”ก็เดินทางมาถึง พวกเรา บอย ต้น ปองๆ พี่แจ๊ค อาจารย์ก็พาเราไปลงพื้นที่ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านแสงจันทร์  ที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านหนองปลาแดกไม่ถึง 10 นาที เป็นศูนย์การเรียนรู้ของเครือข่ายนวัตกรรมชาวบ้าน โดยมีอาจารย์ไพรัตน์เป็นไกด์ตลอดทาง

nammak.jpg

       ที่กว้างใหญ่ขนาด 5 ไร่ ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นแหล่งระบบนิเวศวิทยาอันอุดมสมบูรณ์ โดยการนำสิ่งที่มีอยู่เดิมมาใช้ให้เป็นประโยชน์  ปลาทับทิมที่ตกได้ในบ่อจะถูกนำมาปรุงเป็นอาหารเย็น  “บ้านดิน” หน้าตาน่ารัก ไม่มีเสา ผนังหนา ทำจากดินแดงที่หาได้ทั่วไป สร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวอย่างเราได้เห็น แสดงถึง “นวัตกรรมชาวบ้าน” อย่างชาญฉลาด ที่ทำได้ง่าย ประหยัด และได้ผลจริง “ผักหวานป่าปลูกเองได้” ต้นผักหวานป่าที่ว่าปลูกยาก ถูกนำมาเพาะพันธ์โดยมีมันสำปะหลัง 2 ต้นยืนให้ร่มเงาข้างๆเสมือนอยู่ในป่า หม้อแม่นากบรรจุน้ำปิดฝา ค่อยๆให้น้ำซึมลงดินโดยธรรมชาติ แค่นี้ก็มีผักหวานให้เด็ดไป ผัด แกง ต้ม ได้แซบถึงใจไม่ต้องเสียสตางค์

bandin.jpg

นอกจากนี้เรายังได้ความรู้มากมายเกี่ยวกับ “เกษตรพอเพียง” ที่ฟังแล้วก็ต้องทึ่งกับความสามารถของภูมิปัญญาชาวบ้านไม่ว่าจะเป็น “น้ำไส้เดือนทรงประสิทธิภาพช่วยย่อยสลายจุลินทรีย์ในดิน” “โครงการไร่นาป่าผสม” “หมูพันธ์พื้นเมืองเลี้ยงเองตัวสมบูรณ์ ชื่อ ซูซี่” หรือ “ไส้เดือนพันธ์แอฟริกา” ตัวเบ้อเริ่มที่อาศัยอยู่ในบ่อดิน มูลของมันใช้ทำน้ำจุลินทรีย์ได้ แถมยังเป็นอาหารให้ปลาดุกได้อีก เป็นการเกษตรผสมผสานที่ครบวงจรจริงๆ

       fish-1.jpg       

    แม้ว่าที่นี่จะไม่ใช่ศูนย์การเรียนรู้แบบครบวงจรแบบ”ทีเคพาร์ค” ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีหนังสือสักเล่ม แต่ก็เป็นศูนย์การเรียนรู้จาก “ชีวิต” ที่การเรียนในหนังสือไม่สำคัญเท่าลงมือทำด้วยตัวเอง ถึงแม้จะเอาวิชาความรู้ไปทำที่บ้านไม่ได้ แต่ก็ได้เห็น ของจริง ที่ทำให้เราเข้าใจมากกว่าการเรียนเทคโนโลยีชีวภาพในห้องเรียนเสียอีก

 

                สัมภาษณ์พี่องค์กรสักหน่อย
                หลังจากเมื่อคืนกลับมาเราก็เดินหน้าทำเวบไซต์กันต่อถึงตีสามกว่า ทำให้รุ่งขึ้นพวกเราตื่นไม่ไหวกัน แผนที่วางไว้ว่าจะไปเยี่ยมสถานีวิทยุชุมชนกับตลาดพ่อพิมพ์ก็เป็นอันยกเลิกไป  พวกเราก็เลยทำเวบกันต่อพร้อมกันสัมภาษณ์เจาะลึกชีวิตของพี่แจ๊คทั้งเรื่องงานและเรื่องทัศนคติของการทำงานอาสาสมัคร ทำให้เรารู้จักพี่แจ๊คดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

office.jpg

                ตกเย็นหลังจากที่ทำเวบกันจนตาลายแล้ว ก็หยุดพักเอาแรง ซะหน่อย อ.ไพรัตน์ อ.จรรยา น้องต่าย น้องต้น พี่แจ๊ค และพวกเราก็ขึ้นท้ายรถกระบะไปกิน “หมูเกาหลี” ของอร่อยเลื่องชื่อบุรีรัมย์ กันจนอิ่มหนำ จากนั้นก็กลับมาพักเอาแรงเพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า
 

            วันสุดท้าย สบายๆ ชมเมืองบุรีรัมย์ก่อนกลับ


                 เช้าตรู่วันสุดท้ายมาถึงจนไม่ทันตั้งตัว รู้สึกว่าชอบที่นี่จนไม่อยากจะกลับเสียแล้ว (แต่ยังไงก็ต้องกลับไปทำเวบให้เสร็จ) พวกเรากินข้าวมือเช้าเอาแรงก่อนจะออกเดินทางโดยรถตู้พร้อมกับครอบครัวและเพื่อนบ้าน เป็นคณะทัวร์กลุ่มใหญ่ มุ่งหน้าไป “ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง”และ “ปราสาทหินเมืองต่ำ” สถานที่เที่ยวที่สวยงามแห่งอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเราได้ไกด์ตัวน้อยแต่ความรู้แน่น “น้องต้น” วัย 9 ขวบ กับน้องเพลง พาเที่ยวชมปราสาททุกซอกทุกมุม

 

                พอรู้สึกผูกพันคุ้นเคยกับคนที่นี่ ก็ถึงเวลาต้องกลับ พวกเรา ต้น ปองปอง และบอยลงรถตู้ที่บขสบุรีรัมย์ ขอบคุณและกล่าวอำลาทุกๆคน “หวังว่าจะได้พบกันอีกนะคะ

      เป็นสามวันสองคืนที่คุ้มค่าจริงๆ ที่ทำให้เราได้มาสัมผัส “ชีวิตผืนดิน” อย่างแท้จริง ที่คนเมืองอย่างเราไม่ค่อยได้รู้จัก และนำข้อคิดในการดำรงชีวิตแบบ “พอเพียง” ไปใช้บ้าง แม้เราจะยังต้องซื้อกับข้าวอยู่ ไม่ได้จับปลากินเอง แต่เราก็มีโอกาสได้สัมผัสถึง “เสี้ยวหนึ่ง” ของชีวิต ที่อยู่แบบพอมีพอกิน แต่ทว่า มี ”ความสุข”อยู่เต็มเปี่ยมล้นหัวใจ ที่คนเมืองอย่างนึกหวังว่าสักวันหนึ่ง จะมีชีวิตแบบนั้นบ้าง….      

   

ปองปอง รายงาน จาก จังหวัดบุรีรัมย์


eXTReMe Tracker