ลงพื้นที่ หมู่บ้าน ปิล๊อกคี่(ช่วยอ่านหน่อยนะมันยาวมากเลยอะ)
วันพุธที่ผ่านมาก็ถึงฤกษ์งามยามดีผมและสิดก็ได้ทำการลงพื้นที่กันโดยมีพี่หญิงเป็นพี่เลี้ยงครับ ตื่นเต้นมากเพราะพวกผมไม่เคยเข้าป่าลึกขนาดนี้มาก่อน ก่อนไปนี่คุยกันตั้งนาน เตรียมยังกับยกบ้านไปทั้งหลังเลยทีเดียว ฮาฮา ก่อนจะนอนก็นัดหมายกันที่ “หมอชิต” เวลา 4.30 น. โคดเช้าเลยอยากจะบอก (แต่ก่อนจะไปนอน น้องพริมกลุ่ม 13 ได้มาชวนสิดกับผมเล่น Slave ก่อนนอน ได้เป็นคิงด้วยหละ อิอิ) เริ่มออกนอกเรื่องเข้าเรื่องดีกว่า เมื่อถึงเวลานัก 4.30 น. ผมก็ไปตามนัด ครับ โดยสิดได้โทรมาบอกว่า “รออยู่ที่ 7-11 นะ” สิดหารู้ไม่ครับ หมอชิตมี 7-11 ประมาณ 108 ที่ เยอะมาก กว่าจะหากันเจอเล่นเอาเหนื่อยเลยทีเดียว
ต่อมาพี่หญิงก็มาถึงครับขึ้นรถทัวร์ทันใดมุ่งตรงไป อ.ทองผาภูมิ

รถทัวร์จอดพักครับเลยแอบถ่ายหลักกิโลมาเล็กน้อย อีก 81 กม. เท่านั้น!!
หลังจากผมสิดและพี่หญิงลงรถทัวร์กันก็ต้องนั่งมอเตอร์ไซด์ไปที่ตลาด “ทองผาภูมิ” แล้วเหมารถกระบะแถวนั้นเพื่อไปลงเรือที่ “ท่าแพ” เมื่อถึงท่าแพแล้วเรา 3 คนไม่รอช้าขึ้นเรือหางยาวของชาวบ้านเข้าไปในหมู่บ้าน ปิล๊อกคี่ทันทีครับ ถือว่าโชคเข้าข้างเราด้วยหละ เรือที่เราขึ้นมาเป็นเรือของ ครูยินดี ซึ่งเป็นอาสาสมัครที่เข้ามาพัฒนาหมู่บ้านปิล๊อกคี่เป็นเวลากว่า 30 ปี แล้วครับ ครูยินดียังเล่าให้ฟังอีกว่า เมื่อก่อนตอนเข้ามามีประชากรแค่ 9 หลังคาเรือนเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีถึง 200 กว่าหลังคาเรื่อน ประชากรประมาณพันกว่าคนเลยทีเดียว ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของคุณครูเป็นอย่างมาก เมื่อมองไปรอบๆระหว่างเรือแล่นไปความประทับใจแรกที่ได้เห็นเลยครับ วิวธรรมชาติที่นั่นสวยมากๆ ลองดูตัวอย่างซักนิด (ภาพแทนคำพูดได้เป็นล้านๆคำนิโน๊ะ)



วิวสวยจริงๆครับ ให้ตายเถอะไม่นึกว่าประเทศไทยจะมีที่แบบนี้ด้วย
ทีนี้เราก็มาถึงหน้าหมู่บ้านกันแล้วครับ แต่ไม่เจอพี่ยอด(แนะนำนิดนึงว่าพี่ยอดเป็นอาสาสมัครที่อยู่ในหมู่บ้านปิล๊อกคี่มากว่า 2 ปีแล้วครับ) เพราะแอบหนีไปเที่ยวในเมืองซะงั้น 555+ (จริงๆพี่ยอดไปรับอาสาสมัครอีกชุดครับ แหม อาสาสมัครเต็มหมู่บ้านเลย รู้สึกอบอุ่นดีจริงๆ) แต่เราไม่รอช้าครับเมื่อเข้าไปเก็บของในบ้านที่ยอดเรียบร้อยแล้วก็จัดแจง "ปีนเขา" ต้องเรียกว่าปีนเขาจริงๆ เพราะทางชันใช้ได้เลยครับ เอาเป็นว่ากว่าจะถึงยอดก็เหนื่อยกันเลยทีเดียว

ศาลานี้เขียนว่า วิศวะฯอาสา ของพระนครเหนือ ครับ น่าจะเป็นของพี่ยอด แต่ยังไม่ได้ถาม เพราะพี่ยอดหายไป~
ด้วยความที่สิดเป็นผู้มีความสามารถทางด้านศิลปะอย่างมาก ไม่รอช้า หยิบชอร์คเขียนบนกระดานอย่างรวดเร็วว่า "YWV"

พอเดินดูบ้านแถวๆนั้นก็พบว่ามีความเจริญเข้าถึงพอสมควรครับ ดูบ้านนนี้ครับมีจานดาวเทียมด้วย (บ้านผมยังไม่มีเลย
)
เท่าที่เห็นบ้านส่วนใหญ่จะใช้ Solar Cell กันครับ เพระาว่าไฟฟ้าเข้าไม่ถึง เท่าที่เห็นก็บ้านละ 1 แผง บางบ้านก็ไม่มีครับ เดินๆไปมีเพลงดังออกมาจากบ้านด้วย มีความสุขจังครับ ฟังเพลงไม่ต้องเสียค่าไฟด้วย อิอิ จากนั้นเราก็เดินขึ้นไปถึงโรงเรียนครับ ชื่อว่า "โรงเรียนชั่วคราวบ้านปิล๊อกคี่" ไปถึงก็เที่ยง 15 นาทีครับ เด็กๆกำลังพักกันอยู่ บางคนก็เล่นฟุตบอล บางคนก็กระโดดยางครับ มีอย่างหนึ่งที่ผมประทับใจมากตั้งแต่ถึงหมู่บ้านครับ เด็กๆทุกคนเลยเวลาเดินเจอพวกผม เค้าจะทักทายว่า "สวัสดีครับ/ค่ะ" ทุกคนโดยไม่ต้องมีใครบอกเลยครับ มายาทดีมากๆ ดีกว่าบางโรงเรียนใน กทม. อีก มาดูรูปของเด็กๆกันครับ ร่าเริงแจ่มใสกันทุกคนเลย

ภาพเด็กๆตอนพักกลางวันครับ ดูมีความสุขกันดีครับ แถมเป็นกันเองน่ารักด้วย
![]()
ด้วยความสงสัยว่าทำไมมีป้ายชื่อที่วาดเองทุกคนเลย จึงถามเด็กๆและได้ความว่า วันนี้มีอาสาสมัครมาสอนศิลปะครับ โออาสาสมัครอีกแล้ว สงสัยช่วงนี้เป็น อาสาสมัคร Festival ครับ มีตั้งหลายกลุ่ม แต่รู้สึกดีครับ เพราะว่ายังไงเราก็คนไทยด้วยกัน เราก็ต้องช่วยเหลือกันครับ มีอะไรที่พอช่วยกันได้ก็ช่วยๆกันไป ผมเชื่อว่าน้ำใจยังมีในสังคมไทยเสมอครับ ไม่ว่ายุคสมัยใดๆ เราคนไทยไม่ทอดทิ้งกันอยู่แล้ว พอถ่ายรูปเด็กๆเสร็จพวกเราก็เดินลงครับ หิวข้าว~
ระหว่างทางเราก็ได้พบกับอาสาสมัครกลุ่มที่ว่าครับ มาจาก คณะสถาปัตฯ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เค้าได้บอกว่าประมาณบ่าย 2 จะเริ่มสอนอีกรอบครับ ก็เลยคิดว่าพวกเราก็ลงไปพักข้างล่างก่อนแล้วกัน ตอนบ่ายค่อยขึ้นมาใหม่

นี่คือโฉมหน้าของครูอาสาสมัครจาก สถาปัตฯ ลาดกระบังฯ ครับ
ต่อจากนั้นเราก็เดินตุ่มๆลงมาข้างล่างกันครับ พอมาถึงบ้านพี่ยอดพวกเราแอบหนื่อยนิดๆ เลยทำการนอนซะเลย แต่ก่อนเข้านอนพี่เปรี้ยวครับ(เพื่อนพี่ยอดครับ อยู่ที่บ้านปิล๊อกคี่มากว่า 1 เดือนแล้ว) ได้ลงมือทำอาหารให้ได้ทานกัน แต่ด้วยความเหนื่อยพอพี่เปรี้ยวเริ่มทำ พวกเราก็หลับทันที
สิดบอกว่าผมไปนอนก่อน แต่ผมว่าไม่นะ แค่ล้มตัวลงแผ่บนพื้นก่อนชาวบ้านเท่านั้นเอง ฮาฮา บรรยากาศดีครับ ลมเย็นด้วย ทำให้ทั้ง 3 คน หลับเป็นตายเลย อาจด้วยความที่เหนื่อยจากการเดินทางด้วย แม้จะนอนกับพื้นไม้ไผ่ ไม่มีหมอน แต่พวกเราก็หลับชนิดที่ว่าปลุกไม่ตื่นกันเลย ซัก 1 ชม. ผ่านไป พี่เปรี้ยวได้เรียกมาทานอาหารครับ กำลังหิวเลย กลิ่นหอมมากครับ มีไข่เจียวกับผัดผัก เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดเลยครับ ฝีมือการทำอาหารพี่เปรี้ยวไม่เป็นรองใครจริงๆ นี่เลยครับ หน้าตาของอาหารมื้อกลางวันมื้อแรกของการลงพื้นที่ ณ หมู่บ้าน ปิล๊อกคี่


ภาพอาหารมื้อแรกของพวกเราในหมู่บ้าน ปิล๊อกคี่ ครับ ไข่สด ผัดอร่อยจริงๆ
หลังจากรับประธานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มีแรงฟิตขึ้นอีกครั้งครับลุยงานต่อกันเลย เวลาประมาณบ่าย 2 พอดี จะได้ขึ้นไปดูซิว่าพวกน้องๆเค้าเรียนกันยังไง แต่ก่อนออกจากบ้านเราก็เหลือบไปเห็นแปลงผักข้างบ้านพี่ยอดครับ ที่ยอดเคยเล่าให้ฟังตอนสัมภาษณ์คราวที่แล้ว อ่อ แปลงนี้นี่เอง ได้เห็นของจริงแล้ว ปลูกไว้ตั้งหลายอย่างเลยครับ ผักสดๆทั้งนั้นเลย

แปลงทดลองของพี่ยอดครับ(สิดเป็นคนนึงที่ชอบถ่ายรูป หมู หมา กา ไก่ มากๆนี่คือผลงานครับ น้องหมูทำอะไรน้องไก่ก็ไม่รู้
)


บรรยากาศทั่วๆไปใน โรงเรียนชั่วคราว บ้านปิล๊อกคี่ ครับ
ถ่ายรูปถ่ายไปถ่ายมากล้องถ่ายรูป "แบตหมด" ครับท่าน ผมกับสิดอยู่บนสุด ส่วนแบตเตอรี่สำรองนั้นได้เก็บไว้ที่บ้านพี่ยอดซึ่งอยู่ ตีนดอยเลยก็ว่าได้
ก็ต้องเดินลงมาตามระเบียบ หลังจากเปลี่ยนถ่านเสร็จสรรพ ผมได้ทำการแย่งหน้าที่ของสิดซะงั้น โดยการไปถ่ายหมู หมา กา ไก่ ซะเอง ฮาฮา มาดูผลงานของผมกันหน่อยว่าพอสู้สิดได้มั๊ย


ผลงานของผมพอจะสู้สิดได้ไหมครับ หมู 2 ตัวนี้เป็นตัวเดียวกันนะครับ แต่เพราะแสงเลยทำให้จาก หมูดำกลายเป็นหมูแดงซะได้ ^^" ภาพสุดท้ายลุงเค้ากำลังจะออกเรือครับเลยแอบถ่ายซะเลย อิอิ
ช่วงบ่ายนี้พี่หญิงไม่ได้หายไปไหนนะครับ พี่เค้านอนอยู่ที่บ้านพี่ยอดตลอดคอยให้กำลังใจพวกผมตลอดเวลาครับ
หลังจากทถ่ายหมู หมา กา ไก่ กันจนพอใจ พวกผมก็มุ่งหน้าเตรียมสัมภาษณ์ อาสาสมัคร หรือ บุคคลที่มีความสำคัญของหมู่บ้านกันครับ โดยคนแรกที่คิดจะไปสัมภาษณ์ก็คือ ครูยินดี คนที่เรานั่งเรือเค้าเข้ามาในหมู่บ้านนี้นั่นเอง เราก็เดินถามชาวบ้านไปเรื่อยๆครับ ว่าบ้านครูยินดีอยู่ไหน สุดท้ายเราก็เจอครูยินดีครับ แต่ไม่ได้เจอที่บ้านคุณครู ก็ถือเป็นโอกาสที่ดี เพราะบ้านที่เราไปคุณป้าเป็นกระเหรี่ยงครับ พูดไทยไม่ได้ ครูยินดีเลยกลายเป็นทั้งคนถูกสัมภาษณ์และล่ามไปในเวลาเดียวกัน หลักๆก็พูดคุยถึงชีวิตความเป็นอยู่ของหมู่บ้านครับ การย้ายถิ่นฐาน และอะไรอีกมากมาย เดี๋ยวเราจะทำบทสัมภาษณ์มาให้ได้อ่านกันอีกในโอกาสต่อไปครับ

ภาพบรรยากาศการสัมภาษณ์ชาวบ้านและคุณครูยินดีครับ
ในความคิดของชาวบ้านที่นั่นเป็นมิตรและมีน้ำใจมากๆเลยครับ อยากให้คนกรุงเทพฯ เป็นแบบนี้บ้างจังเลย บ้านเมืองคงมีแต่ความสงบ มีความสุขกว่านี้อีกเยอะครับ หลังจากสัมภาษณ์ชาวบ้านและคุณครูยินดีเสร็จ ครูยินดีก็ให้เจ้าหนูเสื้อแดงในภาพ นำพวกเราไปสัมภาษณ์ต่อกันที่บ้าน อบต. บ้านบิล๊อกคี่ครับ ทางเดินไปบ้าน อบต. นั่นไกลใช้ได้เลย เดินไปพร้อมคิดในใจ "เมื่อไรจะจะถึงเนี่ย แล้วจะกลับถูกมั๊ย" เป็นอารมณ์ที่บอกไม่ถูกจริงๆ แต่พอถึงบ้านอบต.แล้วก็คุ้มค่าที่มาครับ อบต. ท่านนี้มีข้อมูลของหมู่บ้านเยอะมาก แทบจะทุกกระเบียดนิ้วทีเดียว มีแผ่นที่หมู่บ้านทั้งแบบที่วาดคร่าวๆ แล้วที่ลงด้วย GPS ก็มี โอ Hi-Tech จริงๆ ข้อมูลประชากรก็เช่น มีประชาการกี่คน ศาสนาอะไรบ้าง อายุเท่าไร อยู่ตรงไหน จนถึง รายชื่อของชาวบ้านแต่ละบ้านเลยครับ ละเอียดมากๆ แล้ว อบต. ยังบอกอีกว่าประมาณ 1 ทุ่มจะลงไปหาพี่บ้านพี่ยอด เพราะจะเอา CD ภาพไปให้เค้าถ่ายเก็บไว้หลายปีแล้ว เป็นงานเทศกาลต่างๆ รวมถึงภาพพื้นที่บ้านปิล๊อกคี่ด้วย สุดยอดมากๆครับ เป็นสิ่งที่อยากได้มาก อ่อลืมบอกไป เราได้ดื่มน้ำมะพร้าวป่าที่ อบต. เอามาต้อนรับเราด้วยครับ มีกลิ่นแปลกๆแต่พอดื่มไปก็หอมหวานชื่นใจดี พึ่งเคยดื่มครั้งแรกนะเนี่ย น้ำมะพร้าวแบบนี้ ส่วนเรื่องบทสัมภาษณ์เราจะมาถอดรหัสให้อ่านกันในโอกาสต่อไปครับพร่ามซะยาวมาดูรูปกันหน่อยว่า อบต. ที่บ้านปิล๊อกคี่หน้าตาเป็นยังไง


ข้อมูลเยอะแยะมากมายครับ นี่ครับน้ำมะพร้าวที่พูดถึง รสชาติดีซะด้วย ภาพบ้าน อบต.และสุดท้ายวิวข้างบ้าน อบต. ครับ อยากมีวิวข้างบ้านเป็นแบบนี้มั่งจังเลย

หลังจากออกมาจากบ้าน อบต. เราก็เดินไปเรื่อยๆจนเจอ เสียงตามสาย ศูนย์สาธารณสุขมูลฐาน และภาพสุดท้ายนี่ภูมิใจเสนอมากๆครับ อย่าลืม เมาไม่ขับนะ เมี๊ยว~
และแล้วพวกเรากก็เดินขึ้นมาที่โรงเรียนอีกครั้ง เดินขึ้นๆลงๆ มันเหนื่อยใช่เล่นเลยครับ ประมาณว่ากลับกรุงเทพฯ เมื่อไรผอมแน่ๆ ที่นี่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงครับ ต้องใช้ Solar Cell กัน แต่อันนี้เป็นแผงใหญ่ครับ สำหรับเลี้ยงห้อง Computer ถึงแม้พวกผมอยากเข้าไปในห้อง Computer เท่าไรก็ตาม มันติดปัญหาอยู่นิดนึงครับ เพราะกุญแจอยู่ที่พี่ยอด ซึ่งออกไปแอ่วตลาดอยู่นั่นเอง ฮาฮา ไกล้ๆ กันตรงนั้นเป็นโบสถ์ครับ อยู่ตรงข้ามโรงเรียน ข้างๆ กับห้อง Computer คนที่นี่นับถือศาสนาคริสเป็นส่วนใหญ่ครับ เห็นพี่ยอดเล่าให้ฟังเพราะว่า คริสเค้าเข้ามาช่วยเหลือหมู่บ้านนี้เยอะนั่นเอง เช่น เอาเครื่องปั่นไฟมาให้ ให้ทุนเรียนหนังสือ แม้กระทั่งถนนคอนกรีตกลางหมู่บ้านเค้าก็แบกใส่เรือเอามาสร้างให้ แถมยังมาเยี่ยมอยู่บ่อยๆด้วย แหมดูแลกันดีจริงๆ แต่ผมลืมถามไปว่าเป็น คริสแบบไหน แหมลืมซะได้… ตรงหน้าโบสเป็นสนามกีฬาครับ เล่นทั้งวอลเลห์บอล ทั้งฟุตบอลกัน ถึงว่าคนที่นี่ชอบออกกำลังกายถึงแข็งแรงสุขภาพดีกันทุกคนเลย

ภาพแผง Solar Cell ครับแผงใหญ่เท่าบ้านเลย
โบสถ์และสนามวอลเล่ห์บอลครับ
ตอนเรากำลังจะเดินกลับลงไปด้านล่าง เราก็เจอลุงคนนึงครับมาให้สัมภาษณ์เองเลยครับ เยี่ยมจริงๆ ถึงลุงแกเมาไปหน่อย แต่ก็ยังพูดรู้เรื่องอยู่นะ ไม่รู้ใช่ฤทธิ์เจ้าขวดสีชาของน้องแมวข้างบนหรือเปล่า
ลุงเค้าบอกว่า งบประมาณบางอย่างมาแล้วใช่ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ครับ เพราะไม่มีคนดูแล ข้าวของเสียหาย เสียงบประมาณไปปล่าวๆ เหมือนตู้โทรศัพท์ขององค์การโทรศัพท์ ที่เอามาติดตั้งแต่มันใช้ไม่ได้เรื่องเดี๋ยวก็เสีย สรุปแล้วชาวบ้านก็ซื้อมือถือแบบที่ต่อเสาภายนอกได้มาตั้งกันเองที่บ้าน ตั้งเสาสูงซัก 10 เมตรก็ใช้ได้แล้ว ประกอบกับพึ่งเดินผ่านเสามือถือสูงๆมาหลายต้นจึงคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นสิ่งที่น่าจะต้องแก้ไข เพราะไม่งั้นงบประมาณมันก็สูญเปล่าตามที่ลุงเค้าว่านั่นแหละ ถึงแม้เรื่องที่ลุงพูดเรื่องซีเรียวเชียว แต่หน้าลุงเค้าไม่ค่อยซีเรียสซักเท่าไร ประมาณว่า กรึ่มๆกำลังดี
จากนั้นลุงได้ฝากชื่อเอาไว้ แล้วเดินจากไป บังเอิญเค้าเขียนภาษาไทยไม่ถนัดนักครับ เพราะตอนเด็กๆไปเรียนที่พม่ามา ช่วงที่เป็นอานานิคมของประเทศอังกฤษ จึงเขียนชื่อให้เรามาเป็นภาษาอังกฤษ แหมแอบ Inter ก็ไม่บอก

ภาพการให้สัมภาษณ์และตู้โทรศัพท์ครับ
พอสัมภาษณ์เสร็จเราก็เริ่มเหนื่อยกันแล้วครับ ก็ได้เดินลงจากยอดหมู่บ้านกะจะลงไปนอนที่บ้านพี่ยอดซักหน่อย และรอคอยว่าเมื่อไรพี่ยอดจะมาซักที เพราะว่าเหลือแค่ถ่ายรูปห้อง Computer กับรอรูปจาก อบต. งานก็คิดว่าน่าจะเรียบร้อยแล้ว พอมาถึงตีนเขา โอ พระเจ้าส่งมาครับ พี่ยอดนั่งเรือมาพอดีเลยพร้อมกับคณะอาสาคณะใหญ่เลย พอเจอหน้าพี่ยอดพี่แกทักคนแรกเลย "ไม่นึกว่าจะมาทำไมไม่บอกก่อน พึ่งรู้เมื่อเช้าเองพี่หญิงโทรมาบอก" ด้วยความที่สิดเป็นคนที่ประสาทสัมผัสด้านกวนตีนเร็วมาก เลยตอบไปว่า "มาแล้วไงพี่ เนี่ยบอกละ" แล้วทำหน้ากวนตีนนิดๆ เลยทำพี่ยอดงงไปพักเล็กๆ หลังจากกลุ่มอาสากลุ่มใหม่มาถึงเค้ารู้จักพี่หญิงด้วย โอ! ผมกับสิดเลยยืน Away กันอยู่ 2 คน พร้อมคิดในใจว่า "ใครหว่า ทำไมไม่รู้จักกับเค้ามั่งเลยเนี่ย" เป็นอารมณ์ Away จริงๆ ที่ไม่สามารถอธิบายได้
แล้วทั้งหมดทั้งพี่ยอด อาสาชุดใหม่ พี่หญิงและพี่เปรี้ยว ก็รวมกันอยู่ในบ้านพี่ยอดที่เดียว อบอุ่นมากครับ แทบจะไม่มีที่เหลือไว้หายใจเลยทีเดียว

ภาพอาสาชุดใหม่กับพี่ยอดมาถึงหมู่บ้าน ปิล๊อกคี่ แบกของกันมาเต็มเลย และพวกเราก็คิดในใจอีกรอบ "มื้อเย็นเรารอดแล้ว ฮาฮา"
หลังจากพี่ยอดมาถึงก็ขอกุญแจห้อง Computer ทันใด เพื่อจะขึ้นไปถ่ายรูปที่ห้อง พอเดินไปครึ่งทางแล้ว พี่ยอดบอกว่า "จะชาร์ตแบตอะไรหรือเปล่า ถ้าจะชาร์ตก็เอามาที่ห้อง Computer เลย มีปลั๊กไฟ" ผมกับสิดก็ อ่อ… รอแป๊บนะพี่ เดี๋ยวลงไปเอากล้องถ่ายรูป กล้อง VDO แล้วก็ Notebook ก่อน พอถึงข้างบนพี่ยอดเค้าเปิดห้องให้เรียบร้อยแล้วครับ เห็น Computer อยู่ 5 เครื่อง มีจอ LCD 17" เครื่องนึงด้วย สิดอุทานทันใด "เหมือนรุ่นที่บ้านเลย" แต่ผมอุทานในใจ "ที่บ้านยังใช้จอ CRT ตัวใหญ่ๆอยู่เลย ><" หลังจากเสียบชาร์ตแบตเตอรี่กล้องเรียบร้อยแล้ว ก็ลงมาที่บ้านพี่ยอดเพื่อที่จะลงมาทานข้าวก่อน ช่วงตอนเดินละเกิดเหตุการณ์ระทึกขึ้นครับ ไม่มีไฟฉายและที่นั่นมืดมาก แต่ผมก็เกิดไอเดียเอาตัวรอด โดยการไปยืมไฟฉายกลุ่มอาสาที่มาจากสถาบัตฯ ลาดกระบังฯ มา 1 อัน สิ่งที่ได้มาคือไฟฉายแบบไดนาโมครับ ต้องบีบถึงมาแสง แต่ไม่เป็นไร มีแสงก็พอแล้ว ก็เดิน แกร๊บๆๆ กันอยู่ 2 คน อยู่ดีๆ มีเด็กมาจากไหนไม่รู้ครับเดินมาข้างหลังมาสะกิด ผมกะบสิดนิแทบวิ่งหนี หัวใจจะวายตายนึกว่าผีหลอก ต้องลองนึกภาพดูนะครับ มืดขนาดที่ว่า ปิดไฟฉายแล้วไม่เห็นอะไรเลยจริงๆมืดสนิทเลย พอถามไถ่ น้องเค้าไม่ได้มาหลอกครับ แต่เค้ามานำทางพวกผมลงไปข้างล่างครับ เค้ากลัวเราหลงทางเพราะมันมืด มีน้ำใจมากครับ แต่คราวหลังมาแบบให้ซุ่มให้เสียงด้วยนะน้องพี่แทบช๊อกอะ พอตีนเขาบ้านพี่ยอด พวกพี่ๆน้องๆ อาสาชุดใหม่มาจาก หาดใหญ่ ทำกับข้าวกันเก่งมากครับ ทำกันใหญ่เลย เวลานั้นประจวบเหมาะ 1 ทุ่มพอดี อบต. มาแล้วครับ คือผมลืมว่า อบต. จะมาเลยเอา Notebook ไปไว้บนเขาในห้อง Computer ซะแล้ว อ่าว เดินขึ้นอีกแล้วครับท่าน
วันๆหมดเวลากับการเดินขึ้นเดิมลงครับ แถมเหนื่อยด้วย ฮาฮา ถือว่าลดน้ำหนักละกัน พอถึงห้อง Computer ก็พบกับกล่อง CD ของ อบต. ครับ มีประมาณ 20 แผ่น โอ เยอะมากๆสุดยอดเลยครับ เปรียบเหมือนขุมทองโกโบริเลยครับ เอาไปทำ Website ได้สบายเลย ด้วยความ Pro ของทั้งผมและสิด ได้ทำการ COPY มาทั้งหมดเลย ฮาฮา รวมกันก็หลาย GB อยู่แต่ไม่เป็นไรดีกว่าไม่มี จากนั้นน้องคนัน้นก็มาตามผมกับสิดไปทานข้าวครับ ก็บอกน้องไปว่า ให้ทานก่อนเลย เพราะงานยังไม่เสร็จ แต่พวกข้างล่างมีน้ำใจสูงมากครับ รอพวกผมไม่รู้นานเท่าไรแต่ผมคิดว่ามันนานใช้ได้เลยอะ พอผมกับสิดลงไป ต้องกราบงามๆ 1 ที่ พร้อมพูดว่า "ขอโทษคร๊าบบบบบบ" ไม่นึกว่าจะรอขนาดนี้ครับ รู้สึกผิดมากๆ แต่ก้ไม่รู้จะทำไงอ่านะ ก็กินข้าวกันไปสนุกสนานครับ ช่วงนี้ไม่ได้ทำการถ่ายภาพแต่อย่างใดครับเพราะว่าหิวมาก ฮาฮา มารู้ตัวอีกทีว่าลืมถ่ายก็กินเสร็จแล้ว (ขอบอกว่าผัดลูกชิ้นอร่อยมาก ไม่รู้ใครทำ ฝากขอบคุณไว้ ณ ที่นี่ด้วยละกันครับ ฮาฮา)
เมื่อทานอาหารเสร็จสรรพพี่ยอดและพี่หญิงก็ให้ทุกคนล้อมวงกันแล้วพูดถึงเรื่องการปฏิบัติตัวในหมู่บ้านและก็แนะนำตัวกันครับ จะได้รู้จักกันไว้ หลังจากแนะนำตัวเสร็จพี่หญิงก็ให้ทุกคนพูดว่า "เราตั้งความหวังอะไรบ้างก่อนออกจากบ้านมาที่หมู่บ้านปิล๊อกคี่นี้" บรรยากาศเริ่มเงียบลง… ไม่ใช่เพราะเครียดแต่คิดไม่ออกครับ ฮาฮา แล้วก็พูดๆมั่วๆ กันไปจนจบจนได้ละน่า ไอเรามันมั่วเก่งอยู่แล้ว ผมจำได้ไม่หมดหรอกครับว่าความหวังของใครเป็นยังไง แต่ผมจำได้คนนึงผู้ชายเสื้อเขียวในรูปครับ เค้าตอบอย่างมั่นใจว่า "มาหากระเหรี่ยงหล่อๆ" เสียงกริบไปเดี๋ยวนึงแล้วตามด้วยเสียงฮา…

บรรยากาศตอนกลางคืนครับวังเวงทีเดียว แต่ไม่รู้จะกลัวความมืดหรือหน้าพี่ยอดดี
(ล้อเล่นนะพี่)
เมื่อจบการประชุมพวกผมจะไปทำงานต่อบนเขา โดยต้องส่องไฟฉายไปครับ พี่ยอดเค้าหวังดีอยากให้พวกผมพักผ่อน พี่ยอดจัดการเล่าเรื่อง มากมายหลายล้านเรื่องประมาณว่ามีผีอยู่ทุกกระเบียดนิ้วของบ้านปิล๊อกคี่เลย ผมกับสิดเลยตัดสินใจใหม่ "เอ้ย ไม่ทำงานแล้ว เล่นไพ่ดีกว่า" ด้วยความชำนาญค่ายของผมเอง ผมได้พกไพ่พลาสติกขอบทองไปด้วยจากกทม. มันส์ละครับทีนี้เล่นไปเล่นมาเริ่มดึก ก่อนเข้านอนพี่ยอดได้บอกว่า เรือออกจากหมู่บ้านพรุ่งนี้มีตอน 6 โมงเช้านะตื่นให้ทันหละ ไม่งั้นอดไป จากนั้นก็ตัดสินใจเข้านอนกัน พอล้มตัวลงนอนสิดกับผมก็คิดกันว่า "เอ้ยไปทำงานดีกว่า" พร้อมกับลุกขึ้นเตรียมเก็บที่นอน พี่ยอดเลยจัดให้อีกเรื่องนึง ผมกับสิดตัดสินใจถาวรว่า "นอนดีกว่า"
ไม่ไปไหนแล้วว๊าก… อีกซักพักพี่ยอดไปจุดเตาถ่านเห็นพี่หญิงบอกว่า ไปอุ่นหมูจะได้ไม่เสีย ด้วยความที่สิดไม่แน่ใจว่าคนที่จุดเตาคือใคร สิดเลยเรียกพี่ยอดไป 2 ครั้ง "พี่ยอดๆ" พี่ยอดตอบมา "มีอะไร" สิดตอบไปทันควัน "ไม่มีไรพี่แค่เช็คชื่อ" ดูมันก่อนอนยังกวนได้ ทิ้งระยะช่วงนึงพี่ยอดอยากแก้แค้นเลยเรียกสิดบ้าง "สิดๆ" แต่สิดรู้ทันไม่ยอมตอบ ผมเลยตอบไปว่า "มีอะไร เช็คชื่อเหรอพี่" ฮาฮา สรุปแล้วพี่ยอดก็แก้แค้นไม่สำเร็จมันเป็นเหมือนความภูมิใจเล็กๆเลยหละ หลังจากกวนส้นก่อนนอน เราทุกคนก็นอนหลับกันอย่างสบาย โดยผมกับสิดตั้งนาฬิกาปลุกไว้ที่เวลา 4.30 น. เพื่อจะอาบน้ำและขึ้นไปเอาของข้างบนยอดเขาในห้อง Computer ก่อน จากนั้นทุกคนก็หลับเป็นตาย
ตี๊ดๆๆ เสียงมือถือดังขึ้นโดนของสิดดังก่อนเพื่อน ซึ่งทุกๆคนคงรู้ดีว่า Nokia 3310 เป็นมือถือที่เสียงมีอานุภาพร้ายแรงมาก ดังโคดๆ หูเกือบแตก ผมก็กดปิดไป เพราะง่วงนอน แต่สิดก็ยังไม่ยอมตื่นอยู่ดีพอดังครั้งที่ 3 ด้วยความชำนาญเรื่องโทรศัพท์มือถือ ได้ทำการลูบๆคลำๆ 3310 พร้อมปลดชนวน(แบตเตอรี่) ออกและทำการนอนต่ออย่างแนบเนียน จังหวะนั้นสิดยังไม่รู้เรื่องเลยว่ามีเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น จนถึงเวลา 5.50 น. เสียงพี่ยอดดังขึ้น "เห้ย เรือออก 6 โมงนะเว้ย รีบๆตื่นกันได้แล้ว" ผมสิดและพี่หญิงสะดุ้งขึ้นเหมือนกับหลังติดสปริงค์เลยก็ว่าได้ รีบเก็บข้าวของอย่างรวจเร็ว แล้วก็นึกขึ้นได้ "เอ้ย NoteBook อยู่บนยอดเขา ห้อง Computer" ตาเถรแตก! 2 คน วิ่งขึ้นไปบนเขาด้วย Speed เร็วกว่า Formula-1 ขึ้นไปเอา NoteBook ลงมาได้สำเร็จ แต่เวลาได้ล่วงเลยไปถึง 6.10 น. พี่ยอดบอกว่า "ไปบอกเรือเค้าดิให้รอเดี๋ยวนึง" พี่ยอดก็ครึ่งหลับครึ่งตื่น แหมแทนที่จะลุกมาเรียกให้นะพี่ยอด เจ้าถิ่นแท้ๆ นอนซะงั้น ปล่อยพวกผมตาลีตาเหลือกอยู่กัน 3 คน ถ้ามีใครถ่าย VDO ไว้คงตลกพิลึกหละ แต่ในที่สุดเราก็ขึ้นเรือทัน(แต่เกือบไม่ทัน)
แต่ในสภาพที่ทันนั้นคือ ยังไม่ได้อาบน้ำและแปรงฟันแต่อย่างใด แต่พี่หญิงอาศัยจังหวะชุลมุนแอบเปลี่ยนเสื้อตอนไหนไม่รู้ ก็เหมือนอาบน้ำแล้ว แต่จริงๆเน่าพอกัน วิวภูเขาตอนเช้าสวยมากๆครับ สวยกว่าตอนเข้าไปเสียอีก ยิ่งเวลาพระอาทิตย์ขึ้นนะ ภาพเป็นสีส้ม โอโห สุดๆเลยหละ มาดูภาพกันนะ




อยากไปแล้วละซิ สถานที่สวยๆแบบนี้ไม่ได้หากันง่ายๆ นะครับ ถ้าอยากไปยังไงละก็ติดต่อพี่ยอดเลย พี่เค้าอยู่เกือบตลอดปีแหละครับ
จากนั้นเราก็ได้ออกจากหมู่บ้านมาอย่างเต็มตัวพร้อมด้วยข้อมูลที่จะออกมาทำ Website ให้กับหมู่บ้านปิล๊อกคี่แห่งนี้ ด้วยกำลังและความรู้ที่มีอยู่ พวกเราจะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อบรรลุความตั้งใจของเราและท่านๆทุกคนที่เข้ามาทำงานอาสา ผลจะเป็นอย่างไรก็ช่างแต่ขอให้ทุกคนทำงานเต็มที่ด้วยใจ เท่านี้ก็เพียงพอแล้วครับ
Write by nathapong12
